สรุปผลการประชุม Abu Dhabi Dialogue ครั้งที่ 4

สรุปผลการประชุม Abu Dhabi Dialogue ครั้งที่ 4
he Fourth "Abu Dhabi Dialogue" Consultative Ministerial Meeting reached four directives as per ‘The Colombo Declaration Draft’ which acts as a collaborative agenda for the next two-year cycle (2017 – 2018) tackling projects and initiatives relating to temporary labour contracts between countries of origin and destination in Asia.
การประชุม Abu Dhabi Dialogue ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 4 ณ ประเทศศรีลังกา ได้ “ร่างปฏิญญาโคลอมโบ” 4 ข้อ ซึ่งจะใช้เป็นกรอบความร่วมมือในรอบสองปีต่อจากนี้ (ปี2560-2561) ได้แก่ โครงการและมาตรการใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัญญาจ้างแรงงานชั่วคราว (temporary labour contracts) ระหว่างประเทศ ต้นทางและประเทศปลายทางในเอเชีย

The cooperation aims to enhance the outcomes of temporary contract employment in our region and improving the quality of the lives of workers and their families, and over the credibility that the Abu Dhabi Dialogue process today enjoys at a regional and international levels and the respect and support it receives from various international organizations.
ความร่วมมือนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มผลลัพธ์ของการจ้างงานแบบมีสัญญาจ้างชั่วคราวในภูมิภาคและการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนงานและครอบครัว ซึ่งจะทำให้มั่นใจได้ว่าเวทีการเสวนานี้จะสร้างการสนับสนุนและการยอมรับจากองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติ
This came at the conclusion of the meeting, which was held recently in Colombo, Sri Lankan, with the participation of H.E Saqr Ghobash, Minister of Human Resources and Emiratisation alongside other ministers of labour and participating members delegations from, Afghanistan, Bahrain, Bangladesh, India, Indonesia, Kuwait, Malaysia, Nepal, Oman and Pakistan, the Philippines, Qatar, Saudi Arabia, Sri Lanka, Thailand and Vietnam.
ข้อสรุปจากการประชุมดังกล่าว เกิดจากความร่วมมือของประเทศต่างๆ ในการประชุมร่วมกันในกรุงโคลอมโบ ประเทศศรีลังกา ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการส่งเสริมการมีงานทำของประเทศสหรับอาหรับเอมิเรสต์ (ฯพณฯ Saqr Ghobash) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จากประเทศสมาชิกและประเทศผู้ร่วมสังเกตการณ์ ได้แก่ อัฟกานิสถาน บาห์เรน บังคลาเทศ อินเดีย, อินโดนีเซีย, คูเวต, มาเลเซีย, เนปาล, โอมาน, ปากีสถาน, ฟิลิปปินส์, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย, ศรีลังกา, ไทยและเวียดนาม
The first declaration tackled issues related to labour recruitment, as practices associated with the contract workers in our region’s corridors continue to represent a challenge and to compromise shared goal of fair and equitable governance of labour mobility. The meeting declared to lend priority to regional cooperation aimed at promoting lawful, fair and transparent labour recruitment practices and further empowering member governments to scrutinize and prevent unlawful practices and to hold to account any and all non-compliant actors in recruitment processes.
ปฏิญญาข้อแรกเกี่ยวข้องกับการสรรหาแรงงาน เนื่องจากในทางปฏิบัติยังมีความทาทายในประเด็นการบรรลุเป้าหมายของการกำกับดูแลของภาครัฐที่เท่าเทียมและเป็นธรรมกับการเคลื่อนย้ายแรงงาน ที่ประชุมได้ประกาศที่จะให้ความสำคัญกับความร่วมมือระดับภูมิภาคที่มุ่งส่งเสริมกฎหมาย ความยุติธรรมและโปร่งใส ในกระบวนการสรรหาว่าจ้างแรงงานและการเพิ่มขีดความสามารถของประเทศสมาชิกกลั่นกรองและป้องกันมิให้มีการละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหาแรงงาน
Secondly, on skill certification and mutual recognition, the board recognizing that training and skill development have become essential, both as an imperative for successful national employment policies in Asian countries of origin and to accommodate the growing need for skilled workers in the GCC’s transition to knowledge economies.
ปฏิญญาข้อที่สอง ได้แก่ การรับรองทักษะฝีมือและการรับรู้ร่วมกัน ทุกฝ่ายตระหนักว่าการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะฝีมือเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะนำสู่นโยบายการจ้างงานที่ประสบความสำเร็จในระดับชาติของประเทศแถบเอเชีย ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดสินค้าและเพื่อรองรับความต้องการแรงงานที่มีทักษะฝีมือที่เพิ่มขึ้นในยุคการเปลี่ยนผ่านของประเทศในกลุ่ม GCC ไปสู่ประเทศที่มีเศรษฐกิจแบบฐานความรู้
The certification of workers’ skills across all phases of the contract employment cycle is empowering to workers and employers alike, And builds on the progress achieved in implementing the Pilot Project on Skills Development, Certification, and Recognition.
การให้การรับรองทักษะแรงงานในทุกขั้นตอนของวงจรการจ้างงานสัญญาจะเพิ่มขีดความสามารถให้กับคนงานและนายจ้างและทำให้การกำเนินการตามโครงการนำร่องในการพัฒนาทักษะการรับรองและการรับรู้ร่วมกันประสบความสำเร็จ
Furthermore, the declaration sheds light on the use of technology to facilitate and improve the outcomes of labour mobility in Asia, following the increased use of technology and digital platforms by member states in administering labour mobility, as well as the development and deployment of successfully shared platforms by pairs of ADD governments, notably the Musanid platform developed by KSA and jointly implemented by KSA with Bangladesh and other member states.
And finally, the declaration advocates global consultations on the adoption of a Global Compact on Safe, Orderly and Regular Migration. Especially referring to the large labour mobility flows in the Asia- GCC corridors and the immense contribution the mobility of temporary contract workers has made and is expected to continue to make to the development of countries of origin and destination alike.
และประการสุดท้ายของปฏิญญานี้ได้สนับสนุนในการให้คำปรึกษาในระดับโลกเกี่ยวกับผลกระทบจากการเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีอยู่อย่างเป็นระบบ ปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีการเคลื่อนย้ายแรงงานจำนวนมากจากเอเชียมายังประเทศแถบ GCC ซึ่งสามารถเป็นบทเรียนเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีสัญญาจ้างชั่วคราวและจะก่อให้เกิดการพัฒนานโยบายและการดำเนินงานทั้งในประเทศต้นทางและประเทศปลายทาง
It’s worth mentioning that back in 2008, The United Arab Emirates had taken the groundbreaking step of hosting an inaugural Ministerial Consultation in Abu Dhabi of Asian destination countries with the Colombo Process states on the theme “Contractual Labour Mobility in Asia: Key Partnerships for Development between Countries of Origin and Destination.” The meeting was meant to highlight the potential of contractual labour mobility to benefit overseas workers as well as the development of both countries of origin and destination in Asia.
ย้อนกลับไปในปี 2008 (พ.ศ.2551) ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้มีความก้าวหน้าในการให้การริเริ่มให้มีการหารืออย่างเป็นทางการในระดับรัฐมนตรีประเทศผู้ส่งออกแรงงาน ณ กรุงอาบูดาบี ผ่านกระบวนการองค์การระดับภูมิภาคตามแผนการโคลอมโบ (Colombo Process) ซึ่งถือเป็นหุ้นส่วนสำคัญในการพัฒนาระหว่างประเทศต้นทางและประเทศปลายทางของการส่งออก/รับแรงงาน ที่ประชุมได้มุ่งถึงการเน้นศักยภาพของการเคลื่อนย้ายของแรงงานที่มีสัญญาจ้าง เพื่อประโยชน์ของแรงงานในต่างประเทศเช่นเดียวกับการพัฒนาของทั้งประเทศต้นทางและปลายทางในเอเชีย
This Ministerial Meeting brought together for the first time the Colombo Process states with the Gulf Cooperation Council (GCC) states, plus Yemen and two additional Asian countries of destination, namely Malaysia and Singapore, in the first meeting of the “Abu Dhabi Dialogue”.
การประชุมระดับรัฐมนตรีนี้เป็นครั้งแรกของประเทศที่เป็นสมาชิกกระบวนการโคลัมโบกับสภาความร่วมมือในประเทสกลุ่มอ่าวอาหรับ (GCC) รัฐร่วมด้วยประเทศเยเมนประเทศในเอเชียอีกสองประเทศคือ มาเลเซียและสิงคโปร์ที่เป็นประเทศปลายทางในการเคลื่อนย้ายแรงงาน และถือเป็นการประชุมครั้งแรกของ Abu Dhabi Dilouge.
แปลและเรียบเรียงจาก
http://www.mohre.gov.ae/en/media-centre/news/30/1/2017/four-declarations...