ประเทศอิหร่าน

 

 

          ที่ตั้ง  พรมแดนทางทิศใต้จรดกับอ่าวโอมานและอ่าวเปอร์เชีย ทิศตะวันออกจรดอัฟกานิสถานและปากีสถาน ทิศตะวันตกจรดอิรักและตุรกี ทิศเหนือจรดอาร์เซอร์ไบจาน เติร์กเมนิสถาน อาร์เมเนียและทะเลสาบแคสเปียน

          พื้นที่      1.648 ล้านตารางกิโลเมตร

          เมืองหลวง      กรุงเตหะราน (Tehran)

          ประชากร      75.1 ล้านคน (2553) ประกอบด้วยเชื้อชาติเปอร์เซีย ร้อยละ 51 อาเซอรี ร้อยละ 24 และเคิร์ด อาหรับ และเติร์กเมน ร้อยละ 24

          ภูมิอากาศ     มีภูมิอากาศแห้งแล้งสลับกึ่งแห้งแล้ง ตลอดชายฝั่งทะเลแคสเปียน มีภูมิอากาศแบบใกล้เขตร้อน

          ภาษาราชการ   ภาษาฟาร์ซี (Farsi) หรือภาษาเปอร์เซีย

          ศาสนา  ศาสนาอิสลาม (เป็นนิกายชีอะต์ร้อยละ 89 และนิกายสุหนี่ร้อยละ 9) ศาสนาคริสต์ ศาสนายิว และอื่นๆ ร้อยละ 2

          ภาษา   ภาษาฟาร์ซี (Farsi) หรือภาษาเปอร์เซีย เป็นภาษาราชการ

          หน่วยเงินตรา   เรียล อิหร่าน (IRR) อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท เท่ากับ 305 เรียล อิหร่าน (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2553)

          ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ     411.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2553)

          รายได้ประชาชาติต่อหัว     5,477.8 ดอลลาร์สหรัฐ (2553)

          การขยายตัวทางเศรษฐกิจ     2.9 % (2553)

          อัตราเงินเฟ้อ      10 % (2553)

          สินค้าส่งออกสำคัญ น้ำมัน 85% และก๊าซธรรมชาติ ซึ่งอิหร่านส่งออกประมาณ 3.56 พันล้านคิวบิกเมตร นอกจากนั้น อิหร่านยังส่งออก พรม ผลไม้ ถั่ว เหล็ก และเคมีภัณฑ์

          ประเทศส่งออกที่สำคัญ      จีน รัสเซีย EU ตุรกี UAE ญี่ปุ่น เกาหลีใต้

          สินค้านำเข้า      วัตถุดิบอุตสาหกรรม สินค้าประเภททุน เครื่องจักร ผลิตภัณฑ์อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค อาวุธยุทธภัณ

 

          สภาพเศรษฐกิจ

          1. นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลของประธานาธิบดีอาห์มาดิเนจาดเป็นไปตามแนวคิดของฝ่ายอนุรักษ์นิยม คือเน้นการกระจายรายได้ให้ผู้ยากไร้ การให้การบริการสวัสดิการสังคมแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงและการสนับสนุนให้ภาคเอกชนอิหร่านมีบทบาททางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา รัฐบาลอิหร่านเคารพในสัญญาด้านการค้าก๊าซธรรมชาติและน้ำมันกับบริษัทต่างชาติ และสนับสนุนให้มีการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และการขุดเจาะสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยมีโครงการในรูปแบบ สร้าง-บริหาร-ส่งมอบ (Built-Operate-Transfer: BOT) หรือโครงการซื้อคืนน้ำมันดิบหรือก๊าซธรรมชาติที่ได้จากการขุดเจาะสำรวจ (Buy back)

          2. ในด้านการค้ากับต่างประเทศ อิหร่านเน้นนโยบายรักษาดุลการค้าระหว่างประเทศและปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยมีการประเมินและปรับปรุงมาตรการนำเข้าในเดือนมีนาคมทุกปี ซึ่งถือเป็นการช่วงสิ้นปีตามปฏิทินอิหร่าน อย่างไรก็ดี อิหร่านไม่ได้เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (World Trade Organisation: WTO) ซึ่งอำนวยให้อิหร่านสามารถปรับระบบภาษีได้อย่างเสรี และมีภาษีสินค้านำเข้าสูง

          3. เศรษฐกิจอิหร่านได้รับผลกระทบจากการที่สหรัฐฯ และประเทศตะวันตกนำข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ ไปตีความให้ครอบคลุมการทำธุรกรรมในสาขาอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาวุธและนิวเคลียร์ โดยสามารถเห็นได้จากอัตราค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อและอัตราว่างงานในอิหร่านที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ดี อิหร่านได้ดำเนินนโยบายเสริมสร้างความสัมพันธ์กับต่างประเทศเน้นการให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านพลังงาน ส่งผลให้ปัจจุบันอิหร่านยังคงทนรับแรงกดดันได้ เนื่องจากมีเงินทุนสำรอง 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และโดยที่มีน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติสำรองปริมาณมากเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมันเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม OPEC และที่ 4 ของโลก จึงมีรายได้จากส่งออกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งลงทุนทางเลือกในด้านพลังงานสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนาหรือแสวงหาตลาดใหม่ เช่น จีน รัสเซีย เกาหลีใต้ เป็นต้น