ประเทศโอมาน

 

 

 

 

             ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของคาบสมุทรอาระเบีย ติดกับทะเลอาระเบียและอ่าวโอมาน และใกล้ช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นทางเข้าสู่อ่าวอาหรับ ด้านตะวันตกติดกับซาอุดีอาระเบียสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเยเมนลักษณะของพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายและภูเขามีชายฝั่งทะเลยาว 2,092 กิโลเมตร

 

             ประชากร 3.29 ล้านคน (2553) ร้อยละ 82 นับถือศาสนาอิสลาม (สำนัก Ibadhi เป็นส่วนมาก และ นิกายสุหนี่และชีอะต์อีกเล็กน้อย) ร้อยละ 12 นับถือศาสนาฮินดูและคริสต์ ใช้ภาษาอาหรับเป็นภาษาราชการ และมีการใช้ภาษาอังกฤษอย่างแพร่หลาย 

  เมืองหลวง             กรุงมัสกัต (Muscat) 

  เมืองสำคัญ     Matrah, Ruwi, Nizwa, Salalah, Sohar 

  หน่วยเงินตรา     โอมานริยาล (Omani Rial) 1 ริยาล ประมาณ 79.47 บาท 

  ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ     53.53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2553) 

  รายได้ประชากรต่อหัว    16,270 ดอลลาร์สหรัฐ (2553) 

  การขยายตัวทางเศรษฐกิจ     ร้อยละ 4.1 (2553) 

 

            ระบอบการปกครอง     ระบอบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราช มีสุลต่าน กอร์บูส บิน ซาอิด (Qaboos bin Said) เป็นประมุขและมีอำนาจสูงสุด ทรงใช้อำนาจการบริหารเป็นคณะรัฐมนตรี (Council of Ministers) ซึ่งในด้านนิติบัญญัติ มีสภาโอมาน (Council of Oman) ทำหน้าที่เป็นเสมือนรัฐสภา ประกอบด้วยสภาสูง (Majlis Addawla หรือ State Council) ซึ่งสุลต่านแต่งตั้งจำนวน 58 คน และสภาล่าง (Majlis Ash’Shura หรือ Consultation council) จากการเลือกตั้งจำนวน 83 คน (การเลือกตั้งครั้งแรกมีขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2540) ทั้งสองสภาทำหน้าที่กลั่นกรองร่างกฎหมาย ให้ข้อเสนอแนะด้านเศรษฐกิจ และสังคมแก่รัฐบาล แต่ไม่มีอำนาจตัดสินใจ


 สภาพเศรษฐกิจ 

           เดิมโอมานมีภาคเกษตรและประมงเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจ ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันตั้งแต่ปี 2510 (ค.ศ. 1967) ทำให้มีรายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบเป็นอันมาก ทำให้สามารถพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว โอมานได้ชื่อว่า เป็นประเทศที่มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคที่รวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในโลกอาหรับ

           ปัจจุบันโอมานจะมีปริมาณน้ำมันสำรอง 4.85 พันล้านบาร์เรล (ปี 2550) มีปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรอง 795.2 พันล้านคิวบิกเมตร (2550) โดยโอมานพบก๊าซธรรมชาติครั้งแรกเมื่อปี 2532 ในปี 2537 จึงมีการจัดตั้งบริษัท Oman LNG LLC ขึ้น โดยรัฐบาลโอมานถือหุ้นส่วนใหญ่ (ร้อยละ 51) ปัจจุบันรัฐบาลโอมานมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมภาคก๊าซธรรมชาติในการสร้างรายได้ ลดการพึ่งพาการผลิตน้ำมันดิบ

           รัฐบาลมีนโยบายขยายฐานเศรษฐกิจ (diversification) เป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจ นับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 เป็นต้นมา อาทิ การพัฒนาอุตสาหกรรมสาขาอื่นที่มิใช่น้ำมัน โดยเฉพาะ ก๊าซธรรมชาติ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ (privatization) นโยบายเหล่านี้ได้รับการบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันโอมานอยู่ระหว่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 7 (2549-2553) ซึ่งส่งเสริมให้แรงงานคนชาติโอมาน (Omanization) เข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น พร้อมทั้งการฝึกอาชีพและทักษะวิชาชีพในสาขาต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมภาคบริการ (การท่องเที่ยว การโรงแรม การธนาคาร ฯลฯ) เพื่อลดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากการที่มีอัตราการเพิ่มตัวของประชากรสูง และมีประชากรในวัยเรียน วัยทำงานเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศ

           โอมานมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ โดยกฎหมายอนุญาตให้บริษัทต่างชาติเป็นเจ้าของกิจการได้ทั้งหมด ในโครงการที่มีมูลค่าการลงทุนสูงกว่า 5 แสนริยาล (ประมาณ 50 ล้านบาท) และเป็นโครงการที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ ได้ปรับผ่อนคลายกฎระเบียบ รวมทั้งเปิดสาขาทางเศรษฐกิจสำหรับต่างชาติให้กว้างขึ้นด้วย นอกจากนี้ ยังมีการสร้างแรงจูงใจอื่นๆ เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติให้มาลงทุนในโอมาน อาทิ 5-year-tax holiday สำหรับภาคอุตสาหกรรมบางสาขา การลดภาษีรายได้ให้กับบริษัทต่างชาติที่ชาวโอมานถือหุ้นอย่างน้อยร้อยละ 51 และการให้กู้เงินด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับการพัฒนาโครงการทางธุรกิจต่างๆ เป็นต้น ปัจจุบัน โอมานได้ชื่อว่า เป็นประเทศที่มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติที่เสรีมากที่สุดแห่งหนึ่งในอ่าวอาหรับ ทั้งนี้ โอมานไม่มีการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีสรรพสามิต จะคงมีเก็บแต่เพียงภาษีรายได้จากการดำเนินธุรกิจ

          โอมานเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2543 ทำให้ภาครัฐและเอกชนโอมานต้องปรับกฎระเบียบให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของ WTO

          ขณะนี้โอมานเป็นสมาชิกในตลาดร่วมศุลกากร (GCC Customs Union) และได้เข้าร่วมเขตการค้าเสรีของประเทศอาหรับในกรอบขององค์การสันนิบาตอาหรับ (the Greater Arab Free Trade Organization Agreement) ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อเดือนมกราคม 2548